ภูมิปัญญาทางภาษาไทย

ภูมิปัญญา     หมายถึง     พื้นที่องค์ความรู้     ความคิด     ความเชื่อ     ความสามารถ     ความชัดเจน     และประสบการณ์ต่างๆที่คนเราสั่งสมและสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต

ภูมิปัญญาทางภาษาไทยจึงหมายถึงความรู้     ความสามารถ     ความชาญฉลาดในการแก้ไขปัญหา     หรือสร้างสรรค์ผลงานทางด้านภาษาไทย     ภูมิปัญญาทางภาษาไทยที่เด่นๆมีทั้งหมด  ๘  ข้อ  ได้แก่

๑ เชาว์ปัญญาไหวพริบในการสร้างคำ

เมื่อไทยเราเริ่มคิดค้นอักษรไทยขึ้น  เราได้สร้างคำขึ้นใช้โดยเลียนแบบธรรมชาติบ้าง  ขอยืมคำจากภาษาอื่นมาใช้บ้าง  คิดคำขึ้นมาเองเพื่อใช้เรียกชื่อให้ตรงกันบ้างไหม  คำที่คิดขึ้นในสมัยแรกๆเป็นคำเดียวโดด  เช่น  โค  ฝน  วิว  หมอน  พร้า  คาบ  ฝุ่น  กิน  ข้าว  ดู งาม  ฯลฯ  ต่อมาเราเห็นว่าคำที่คิดขึ้นไม่พอใช้จึง

หรือกล่าวง่ายๆว่าภูมิปัญญา     คือ     รากเหง้าแห่งความคิดที่ทรงคุณค่าของบรรพบุรุษนั้นเอง

ได้สร้างคำขึ้นมาใหม่โดยวิธีการต่างๆ  เช่น

นำคำไทยมาเรียงต่อกันเป็นคำประสม  เช่น  น้ำใจ  ชาวสวน  นักเรียน               

นำคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาซ้อนกันเป็นคำซ้อนเพื่อความหมาย   เช่น   รักใคร่  บ้านเรือน  ดูแล  โกรธเคือง

นำคำที่มีเสียงใกล้เคียงกันมาซ้อนกันเป็น    คำซ้อนเพื่อเสียง  เช่น  งุนงง  โยเย  จวนเจียน  เกะกะ  ฯลฯ

นำคำเดียวกันมาใช้สองครั้งกลายเป็นคำซ้ำ  เช่น  แดงๆ  เขียวๆ  เหลืองๆ

๒  ความร่ำรวยและความหลากหลายในการใช้ถ้อยคำ

คนไทยยังเกิดแนวคิดใหม่นำคำที่คิดขึ้นมากมายนั้นมาจับกลุ่มใหม่  สำหรับคำที่ออกเสียงเหมือนกันแต่เขียนต่างกัน  ก็เรียกชื่อว่า  คำพ้องเสียง

เช่น

กาน  การ  กาล  กาฬ  การณ์  กานท์

สัน  สรร  สรรค์  สรรพ์  สันท์  สัน

(ทุกคำที่ยกตัวอย่างมาจะมีความหมายทั้งนั้น)

ส่วนคำที่เขียนเหมือนกันแต่อ่านต่างกัน  เราเรียกชื่อว่า  คำพ้องรูป เช่น

ครุ  อ่านว่า  ครุ  (ค  ควบกล้ำกับ ร)หรือ  คะ-รุ

กรี  อ่านว่า  กรี  (ก  ควบกล้ำกับ ร)หรือ  กะ-รี

คำอีกกลุ่มหนึ่งมีความหมายเหมือนกันแต่เขียนต่างกัน   เราเรียกว่า  คำพ้องความหมาย  เช่น  คำที่แปลว่า  งาม  ได้แก่  โศภา  โศภิน  โสภา  โสภี  ตรู  ประไต  สุนทร  เฉิดฉัน  ไฉไล  ประอร  เพริศ  เพาพะงา  เพรา  อะเคื้อ  จรูญ  ลออ

คำที่แปลว่า  พระอาทิตย์  ได้แก่  สุริยะ  สุริยา  สุริยัน  สุริยน  สุริโย  อาภากร  ทินกร  ทิพากร  ทิวากร  ภาษุ  ภาส  กร  รพี  รำไพ  รวิ  รวี  รังสิมา  สหัสรังสี

๓  ภาษาไทยเป็นภาษามีวรรณยุกต์

นับเป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยอย่างหนึ่งที่เรามีวรรณยุกต์ใช้  เพราะการใส่วรรณยุกต์ในคำใดๆจะทำให้คำนั้นเกิดความหมายใหม่  และเรามีคำใหม่ขึ้นใช้เพิ่มขึ้น  เช่น   เสือ  เสื่อ  เสื้อ  ,  ไก  ไก่  ไก้  ไก๊  ไก๋  ,  ฟาง  ฟ่าง  ฟ้าง  เป็นต้น

๔  ภาษาไทยนิยมใช้คำสัมผัสคล้องจอง

คนไทยเป็นคนเจ้าบัดสำนวน  เราจึงคิดค้นคำสัมผัสขึ้นมาใช้ทั้ง  สัมผัสสระ  และ  สัมผัสอักษร  (สัมผัสพยัญชนะ)  โดยใช้เพลงในการละเล่นของเด็กไทย ปริศนาคำทาย สำนวนไทย คำพังเพย สุภาษิต บทร้อยกรอง บทเพลง ทั้งสัมผัสสระ และสัมผัสอกสร (สัมผัสพยัญชนะ)

สัมผัสสระ คือ คำที่ใช้สระตัวเดียวกัน ถ้ามีตัวสะกดต้องใช้ตัวสะกดตัวเดียวกันด้วย เช่น มอง ปอง รอง

สัมผัสอักษร คือ คำที่ใช้อักษรตัวเดียวกันถ้ามีตัวสะกดใช้ตัวสะกดต่างกันได้

ตัวอย่างการใช้สัมผัสสระ

การละเล่น จ้ำจี้มะเขือเปราะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น…

ปริศนาคำทาย อะไรเอ่ย สี่ตีนเดินมา หลังคามุงกะเบื้อง

สำนวนไทย ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

คำพังเพย คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

สุภาษิต ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้างสร้างกุศลอย่ารู้โรย

บทร้อยกรอง

จำขึ้นใจในวิชาดีกว่าจด จำไม่หมดจดไว้ดูเป็นครูสอน

จดและจำเป็นวิชาเป็นถาวร เป็นอาภรณ์เกียรติคุณนุกูลกาล

(กลอนสุภาพหรือกลอนแปด)

บทเพลง โอ้ละหนอดวงเดือนเอย พี่มาเว้ารักสาวคำดวง โอ้ดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย

๕.ภาษาไทยใช้ลักษณะนาม

ลักษณะนามในภาษาไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ที่ภาษาอื่นไม่มีใช้จึงนับถือว่าเป็นความช่างคิดของคนไทยที่ใช้คำลักษณะนามที่สามารถบอกลักษณะของสิ่งของนั้นๆได้ เช่น

ข่าว ใช้ลักษณะนามว่า กระแส

ยา ใช้ลักษณะนามว่า ขนาน

กาพย์ กลอนคำประพันธ์ คาถา บทความ ใช้ลักษณะนามว่า บท

พร ภัย เหตุผล ใช้ลักษณะนามว่า ประการ

ปี่ ขลุ่ย ใช้ลักษณะนามว่า เลา

ทัพ ทหาร ใช้ลักษณะนามว่า กอง

จาก พลุ ปลาย่าง ลูกปืน ใช้ลักษณะนามว่า ตับ

เชือก ลวด สายไฟฟ้า ใช้ลักษณะนามว่า ขด

๖.ภาษาไทยเป็นภาษามีระดับ

คนไทยนิสัยประจำชาติที่แตกต่างจากชาติอื่น คือ การมีสัมมาคารวะ ยกย่องเกียรติ อ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยเหตุนี้กาใช้ภาษาจึงมีความแตกต่างกันในแต่ละดับของชนชั้น เช่น

พระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ใช้ว่า เสวย

พระภิกษุ ใช้ว่า ฉัน

บุคคลระดับสูง ผู้มีการศึกษา ใช้ว่า รับประทาน

บุคคลระดับกลาง บุคคลทั่วไป ใช้ว่า กิน

บุคคลระดับต่ำ ชนชั้นกรรมกร ใช้ว่า ยัด แดก ฯลฯ

ในการนำภาษาไปใช้แต่ละโอกาส หรือสถานการณ์จะแตกต่างกันไป เช่น

ภาษาพูดธรรมดา ใช้ว่า บอก เล่า

ภาษาพูดที่สุภาพ ใช้ว่า แจ้ง กล่าว

ภาษาเขียน ใช้ว่า ชี้แจง แสดง

ตัวอย่างที่ยกมาแสดงนี้ แสดงให้เห็นภูมิปัญญาทางภาษาของคนไทยในการคิดค้นถ้อยคำขึ้นใช้ให้มีความแตกต่างกันตามบริบทของการใช้คำ และความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย

๗.ภาษามีการผวนคำ

การผวนคำเป็นการนำคำมาสับที่ สับเสียง     เพื่อให้เกิดความหมายใหม่หรืออาจไม่มีความหมายเลย แต่แสดงถึงความมีอารมณ์ขันและสนุกสนานของไทยในการสร้างคำใหม่เท่านั้น คำผวนบางคำเมื่อสับที่ สับเสียงแล้ว อาจมีความหมายไปในทางที่หยาบโลนหรือส่อเจตนาทางเพศ แต่ถือว่าเป็นการเล่นคำเพื่อความสนุกสนานในหมู่คนใกล้ชิดคำผวนนี้ไม่ควรนำมาใช้ในที่สาธารณะชน เช่น บันได ผวนว่า ไปดัน,ตีนแตก ผวนว่า แดกตีน,หมีมา ผวนว่า หมามี,สวัสดี ผวนว่า สวีดัด ฯลฯ

๘.ภูมิปัญญาไทยในบทประพันธ์

คนไทยเป็นเจ้าบทกลอนชอบเรียงร้อยถ้อยคำให้เกิดเสียงไพเราะ เป็นคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง ซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาไทยอันยอดเยี่ยมในการใช้ถ้อยคำ เช่น คำประพันธ์ต่อไปนี้

“บ้านสร้างน้ำทุ้งสว่างขึ้นอีกครั้งเมื่อเกือบจะใกล้ยามสี่ พระจันทร์ครึ่งดวงหลังฝนเหือดมีสีแดงปนจึงเจือแสงเข้มขึ้นกว่าธรรมดา หยาดน้ำค้างซึ่งค้างบนปลายไม้และหญ้าวาววับนัยน์ตา เป็นประกายดูประหนึ่งท้องทุ้งดาษด้วยเพชร…”

เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ่ง      มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า

มิหวังกระทั่งฟากฟ้า       ซบหน้าติดดินกินทราย

จะเจ็บจำไปถึงปรโลก      ฤารอยโศกรู้รางจางหาย

จะเกิดกี่ชาติมาตรมตาย   อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

(อังคาร  กัลป์ยาณพงศ์)

เอกสารอ้างอิง

แก้วกานต์ ภูมิศรีแก้ว ๒๕๔๕ ภาษาไทยเพื่ออาชีพ๑ กรุงเทพฯ ประสารมิตร

ประพนธ์ เรืองณรงค์ และ เสาวลักษณ์ อนันต์ศานต์ ๒๕๔๕ ภูมิปัญญาทางภาษา กรุงเทพฯ ไทยวัฒนาพาณิช

สวนิช ยมาภัย “คนกับภาษา” สารสถาบันภาษาไทย๒ (เมษายน-มิถุนายน ๒๕๓๘) หน้า ๒๖

สุภัค มหาวรากร ๒๕๔๖ ภาษาไทยเพื่ออาชีพ๑ กรุงเทพ บริษัท เอมพันธ์ จำกัด 

About these ads

Posted on มกราคม 7, 2012, in การสอนภาษาไทย and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

แสดงความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: